
ทำไมการออมเงินในปี 2026 ถึงสำคัญ
ในปี 2026 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ยเพียง 1.5% ทำให้การออมเงินแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรักษาความมั่นคงทางการเงิน



สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ การวางแผนการเงินที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญ การสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่าคนไทยเฉลี่ย 68% ไม่มีเงินออมเพียงพอสำหรับเหตุฉุกเฉิน
เทคนิค 50/20/30 Rule แบบใหม่
กฎ 50/20/30 ยังคงเป็นหลักการออมเงินที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน แต่ในปี 2026 เราต้องปรับใช้ให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน:
- 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น - ค่าที่พัก อาหาร ค่าขนส่ง ค่าสาธารณูปโภค
- 20% สำหรับการออมและลงทุน - เงินออม กองทุนฉุกเฉิน การลงทุน
- 30% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว - ความบันเทิง ช้อปปิ้ง ของที่อยากได้
ตัวอย่างการคำนวณสำหรับเงินเดือน 30,000 บาท:
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น: 15,000 บาท
- การออมและลงทุน: 6,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: 9,000 บาท
การออมเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
ปี 2026 เป็นยุคของการออมเงินดิจิทัล แอปธนาคารและแพลตฟอร์มการเงินต่างๆ มีฟีเจอร์ช่วยออมเงินที่ทันสมัย:
แอป K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย
ฟีเจอร์ "เก็บเบอร์" ช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายการออมและโอนเงินอัตโนมัติ รองรับการออมแบบ micro-saving ที่เก็บเงินทอนจากการซื้อของ
แอป SCB EASY
ระบบ "Smart Saving" วิเคราะห์รูปแบบการใช้จ่ายและแนะนำจำนวนเงินที่เหมาะสมสำหรับการออม พร้อมระบบแจ้งเตือนการออมเงินรายวัน
ข้อมูลจาก ธปท. ระบุว่าการใช้แอปธนาคารในการออมเงินช่วยเพิ่มระบบวินัยทางการเงินได้ถึง 45%
เปรียบเทียบบัญชีออมเงินยอดนิยม
| ธนาคาร | ประเภทบัญชี | อัตราดอกเบี้ย (%) | ยอดขั้นต่ำ (บาท) | ข้อดี |
|---|---|---|---|---|
| กสิกรไทย | My Savings | 0.375 - 1.25 | 500 | ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีแรก |
| ไทยพาณิชย์ | SCB Smart Savings | 0.50 - 1.50 | 1,000 | ดอกเบี้ยปรับขึ้นตามยอดเงินฝาก |
| กรุงเทพ | Be1st Smart Savings | 0.625 - 2.00 | 2,000 | ดอกเบี้ยสูงสุดในกลุ่ม |
| กรุงไทย | Krungthai Savings | 0.375 - 0.75 | 100 | เปิดบัญชีง่าย ยอดขั้นต่ำต่ำสุด |
แอปลงทุนที่น่าสนใจ
การออมเงินแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอ การลงทุนผ่านแอปต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดี:
Finnomena
Finnomena เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. มีกองทุนรวมให้เลือกมากกว่า 1,000 กองทุน ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 0.50% ต่อปี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการกระจายความเสี่ยง
Bitkub
สำหรับผู้ที่สนใจ สกุลเงินดิจิทัล แพลตฟอร์ม Bitkub ให้บริการซื้อขาย Bitcoin, Ethereum และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ควรลงทุนเพียง 5-10% ของพอร์ตการลงทุนเนื่องจากความเสี่ยงสูง
Bualuang Fund
แอปกองทุนของธนาคารกรุงเทพ รองรับการซื้อกองทุนเริ่มต้น 1,000 บาท พร้อมระบบ Dollar Cost Averaging ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
สร้างกองทุนฉุกเฉิน
ก่อนเริ่มลงทุน การสร้างกองทุนฉุกเฉินควรเป็นลำดับแรก ตามแนวทางของผู้เชี่ยวชาญการเงิน แนะนำให้เก็บเงินฉุกเฉินอย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย
วิธีการสร้างกองทุนฉุกเฉิน:
- คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน - รวมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทั้งหมด
- ตั้งเป้าหมาย 6-12 เดือน - หากค่าใช้จ่าย 20,000 บาท/เดือน ตั้งเป้า 120,000-240,000 บาท
- แยกบัญชีเฉพาะ - เปิดบัญชีออมทรัพย์แยกไม่ให้ปนกับเงินใช้จ่ายประจำ
- ออมทีละน้อย - เริ่มจาก 2,000-3,000 บาท/เดือนก่อน
วิธีออมเงินลดหย่อนภาษี
การออมเงินผ่านช่องทางที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้มาก:
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)
ลงทุนได้สูงสุด 30% ของรายได้หรือไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ประหยัดภาษีได้สูงสุด 35% เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเกษียณ
กองทุน SSF (Super Savings Fund)
ลงทุนได้สูงสุด 30% ของรายได้หรือไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี สามารถขายคืนได้หลังจากถือครบ 10 ปี
กองทุนประกันสังคม (กบข./กสจ.)
สำหรับข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ สมทบเพิ่มเติมได้สูงสุด 10% ของเงินเดือน ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 100%
| ประเภทการลงทุน | วงเงินสูงสุด (บาท/ปี) | สิทธิลดหย่อน | ระยะเวลาผูกมัด |
|---|---|---|---|
| RMF | 500,000 | ได้รับลดหย่อน | จนอายุ 55 ปี |
| SSF | 200,000 | ได้รับลดหย่อน | 10 ปี |
| LTF (ยกเลิกแล้ว) | - | - | - |
| ประกันชีวิต | 100,000 | ได้รับลดหย่อน | ตามกรมธรรม์ |
หารายได้เสริมเพื่อการออม
ในยุคดิจิทัล การหารายได้เสริมทำได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มเงินสำหรับการออม:
งานออนไลน์
- Freelance - เขียนบทความ แปลภาษา ออกแบบกราฟิก
- การสอนออนไลน์ - สร้างคอร์สเรียนหรือสอนพิเศษ
- ขายของออนไลน์ - ผ่าน Facebook, Instagram, Shopee, Lazada
การลงทุนในตัวเอง
พัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มศักยภาพในการหารายได้:
- เรียนคอร์สออนไลน์เพิ่มทักษะ
- เรียนภาษาต่างประเทศ
- ทำใบรับรองมาตรฐานในสายงาน
วางแผนการออมระยะยาว
การออมเงินที่ประสบความสำเร็จต้องมีแผนระยะยาว ดังนี้:
ช่วงอายุ 25-35 ปี: สร้างฐานทางการเงิน
- สร้างกองทุนฉุกเฉิน 6 เดือนของค่าใช้จ่าย
- เริ่มลงทุนในกองทุนผสม 70% หุ้น 30% พันธบัตร
- ซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิตแบบ Term Life
ช่วงอายุ 35-45 ปี: เร่งสะสมทรัพย์สิน
- เพิ่มการออมเป็น 25-30% ของรายได้
- พิจารณาซื้ือที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- เพิ่มการลงทุนใน RMF และ SSF เต็มวงเงิน
ช่วงอายุ 45-55 ปี: เตรียมความพร้อมเกษียณ
- ปรับพอร์ตการลงทุนเป็น 50% หุ้น 50% พันธบัตร
- วางแผนการเงินหลังเกษียณ
- พิจารณาสร้างธุรกิจส่วนตัวหรือรายได้แบบ Passive Income
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแสดงว่าผู้ที่เริ่มออมเงินและลงทุนตั้งแต่อายุ 25 ปี จะมีเงินสะสมมากกว่าผู้ที่เริ่มต้นอายุ 35 ปีถึง 3 เท่าตัวเมื่อถึงวัยเกษียณ
คำถามที่พบบ่อย
ควรออมเงินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนถึงจะเหมาะสม?
แนะนำให้ออมเงินอย่างน้อย 20% ของรายได้ โดยแบ่งเป็น 10% สำหรับเงินออมฉุกเฉิน และ 10% สำหรับการลงทุนระยะยาว หากรายได้น้อยสามารถเริ่มต้นจาก 10% แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น
แอปไหนดีที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออมเงิน?
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำ K PLUS หรือ SCB EASY ที่มีฟีเจอร์ช่วยออมเงินอัตโนมัติ หรือหากต้องการลงทุนควรใช้ Finnomena ที่มีคำแนะนำสำหรับมือใหม่และค่าธรรมเนียมต่ำ
การลงทุนในกองทุน RMF กับการฝากเงินประจำ อันไหนดีกว่า?
RMF ให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงกว่าเงินฝากประจำ และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าและเงินจะถูกผูกมัดจนอายุ 55 ปี เหมาะสำหรับคนที่มีระยะเวลาลงทุนยาวและรับความเสี่ยงได้
ถ้าเงินเดือนเพียง 15,000 บาท จะออมเงินได้ไหม?
ออมได้ค่ะ แม้รายได้น้อยก็ควรออมเงินสัก 5-10% หรือ 750-1,500 บาทต่อเดือน เริ่มจากการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้แอปช่วยติดตามรายรับรายจ่าย
กองทุนฉุกเฉินควรเก็บไว้ในรูปแบบไหน?
ควรเก็บในบัญชีออมทรัพย์ที่สามารถเบิกได้ทันทีโดยไม่มีค่าปรับ ไม่แนะนำให้นำไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่มีความเสี่ยง เพราะอาจขาดทุนในช่วงที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน